⚙️

Lab 77 — เครื่องกลอย่างง่าย: พื้นเอียงและรอก (3D)

ลากตาชั่งสปริงด้วยมือให้ความเร็วสม่ำเสมอ · อ่านแรงพยายาม F · ระยะที่ดึง d · ความสูงที่ยกได้ h · หา MA · VR · ประสิทธิภาพ η

3D · three.js KP Science simulation
🖐 ลากที่ ห่วงจับของตาชั่งสปริง = ดึงเครื่องกล · ลากที่ แม่แรง = ปรับมุมพื้นเอียง
🖱 ลากที่อื่น = หมุนภาพ · ล้อ = ซูม · Shift+ลาก = เลื่อน
📱 1 นิ้ว = ลาก/หมุน · 2 นิ้ว = ซูม/เลื่อน
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ หรือเบราว์เซอร์นี้ไม่รองรับ WebGL
จึงอ่านสเกลในภาพ 3D ไม่ได้ — เปลี่ยนเป็นโหมด ⚡ อัตโนมัติ ในแผงด้านข้างเพื่อให้ระบบอ่านค่าให้
📝 บันทึกผลการวัด
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผล และค่าที่ซ่อนไว้ (μk ของพื้นเอียง · มวลก้อนปริศนา) ไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
⚙️ เลือกเครื่องกลอย่างง่าย
⚖️ มวลของภาระ (ก้อนที่ยก)
ก้อนปริศนา ไม่บอกมวล — ต้องหาจากรอกที่รู้ประสิทธิภาพแล้ว
📊 ผลที่บันทึกล่าสุด
ยังไม่มีการบันทึก — กรอกค่าในกรอบ “📝 บันทึกผลการวัด” ใต้ภาพ 3D แล้วกดบันทึก
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟจากข้อมูลที่บันทึก
🎯 ตรวจคำตอบ
μk ของผิวพื้นเอียง =
เครื่องกลทำให้ได้ งานออก > งานเข้า หรือไม่
มวลของ ก้อนปริศนา = kg
ถือว่าถูกเมื่อคลาดไม่เกิน 8% · โหมดวัดเองไม่แสดงค่าจริง

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การอ่านค่าในภาพ 3 มิติ

ขั้นตอน

  1. เลือก เครื่องกล และ มวลของภาระ
  2. ถ้าเป็นพื้นเอียง — ลาก แม่แรง ขึ้นหรือลงเพื่อตั้งมุมที่ต้องการ
  3. กด 🎯 ตั้งจุดเริ่ม — ขีดเขียวจะไปปักที่ตำแหน่งเริ่มบนสเกลระยะและสเกลความสูง
  4. ลากห่วงจับของตาชั่งสปริง ช้า ๆ ให้ความเร็วสม่ำเสมอ จนยกภาระขึ้นได้พอสมควร แล้วปล่อยมือ
  5. กด 🔍 ซูมตาชั่งสปริง อ่าน F จากเข็มเหลืองค้างค่า (หน่วย N)
  6. กด 🔍 ซูมสเกลระยะ อ่านขีดเขียว (เริ่ม) และขีดแดง (สุดท้าย) → กด 🔍 ซูมสเกลความสูง อ่านทั้งสองขีดเช่นกัน
  7. กรอกช่อง ②–⑥ แล้วกด 📝 บันทึก — ตารางจะคำนวณ d, h, Win = F·d, Wout = mgh, MA, VR, η ให้จากตัวเลขที่นักเรียนกรอกเอง
  8. ทำซ้ำอย่างน้อย 5 ชุด: พื้นเอียงอย่างน้อย 5 มุมที่ต่างกัน และรอกครบทั้ง 3 แบบ
  9. ดูกราฟ η – มุม · F – sinθ · F/cosθ – tanθ · เทียบรอก
  10. ❓ ปริศนา ① หา μk ของผิวพื้นเอียง — จากกราฟ F/cosθ – tanθ (จุดตัดแกนตั้ง ÷ ความชัน) หรือจากคอลัมน์ μk ในตาราง
  11. ❓ ปริศนา ② ตอบว่าเครื่องกลให้ งานออก > งานเข้า ได้หรือไม่ โดยดู η ของตัวเองทุกแถว
  12. ❓ ปริศนา ③ เลือก ก้อนปริศนา ยกด้วยรอกที่เพิ่งวัด η ไว้ แล้วคำนวณ m = η·VR·F / g
⚠️ ต้องดึงให้ ความเร็วสม่ำเสมอ ค่าที่อ่านจึงจะเป็นแรงพยายามจริง — ถ้ากระตุกหรือเร่ง เข็มจะแกว่งและค่าที่ได้จะรวมแรงที่ใช้เร่งของเข้าไปด้วย · ระยะที่ดึงควรมากกว่า 10 cm เพื่อให้ความคลาดเคลื่อนของการอ่านสเกลน้อย

ตารางบันทึกผล (ตัวอย่างหัวตาราง)

เครื่องกล | m (kg) | F (N) | d (mm) | h (mm) | Win = F·d (J) | Wout = mgh (J) | MA = mg/F | VR = d/h | η = Wout/Win | μk (เฉพาะพื้นเอียง)

คำถามท้ายการทดลอง

  1. เครื่องกลชนิดใดให้ MA มากที่สุด และต้องแลกด้วยอะไร
  2. รอกตรึงมี MA น้อยกว่า 1 — แล้วใช้รอกตรึงไปทำไม
  3. เพราะเหตุใด VR ของรอกจึงเท่ากับจำนวนเส้นเชือกที่รับภาระ นับเส้นเชือกในภาพ 3D แล้วเทียบกับ d/h ของตัวเอง
  4. เมื่อพื้นเอียงชันขึ้น VR เปลี่ยนอย่างไร และ η เปลี่ยนอย่างไร เพราะอะไร
  5. งานส่วนที่หายไป (Win − Wout) กลายเป็นอะไร
  6. ถ้าลูกรอกไม่มีความฝืดเลยและบล็อกไม่มีน้ำหนัก η จะเป็นเท่าใด และ MA จะเท่ากับอะไร

1. เครื่องกลอย่างง่าย: ผ่อนแรง แต่ไม่ผ่อนงาน

เครื่องกลอย่างง่ายช่วยให้เราออกแรง น้อยลง ได้ แต่ต้องออกแรงนั้นไปเป็น ระยะทางที่ยาวขึ้น งานที่ใส่เข้าไปจึงไม่เคยน้อยกว่างานที่ได้ออกมา

Win = F · d (แรงพยายาม × ระยะที่ดึง)
Wout = m g h (น้ำหนักภาระ × ความสูงที่ยกได้)
η = Wout / Win < 1 เสมอ
การได้เปรียบเชิงกล MA = ภาระ / แรงพยายาม = m g / F
อัตราส่วนความเร็ว VR = d / h (= MA ในอุดมคติ)
η = MA / VR

ถ้าไม่มีความเสียดทานเลย MA จะเท่ากับ VR พอดี (η = 1) ในของจริงมีแรงเสียดทานเสมอ MA จึง น้อยกว่า VR เสมอ

2. พื้นเอียง

ลากวัตถุมวล m ขึ้นพื้นเอียงมุม θ ด้วยความเร็วคงที่ แรงลัพธ์ตามแนวพื้นเอียงเป็นศูนย์

N = m g cos θ f = μk N = μk m g cos θ
F = m g sin θ + μk m g cos θ = m g (sin θ + μk cos θ)
VR = d / h = 1 / sin θ
MA = m g / F = 1 / (sin θ + μk cos θ)
η = m g h / (F d) = sin θ / (sin θ + μk cos θ)

สังเกตว่า η ของพื้นเอียง เพิ่มขึ้นเมื่อมุมชันขึ้น (พื้นเอียงตื้น ๆ ต้องลากไกลมาก งานที่เสียไปกับแรงเสียดทานจึงมาก) แต่ VR กลับลดลง — ผ่อนแรงได้น้อยลง นี่คือการแลกกันที่เห็นชัดที่สุดของเครื่องกล

หา μk จากข้อมูลของตัวเอง

จากแต่ละแถวในตาราง เราได้ sin θ = h/d โดยตรง จึงคำนวณ μk ได้ทันทีทีละแถว

sin θ = h / d cos θ = √(1 − sin²θ)
μk = [ F/(m g) − sin θ ] / cos θ

ถ้าอยากใช้กราฟ ให้จัดรูปสมการเสียใหม่ หาร F ด้วย cos θ ทั้งสมการ

F / cos θ = (m g) · tan θ + μk m g
→ กราฟ F/cosθ กับ tanθ เป็น เส้นตรงแม่นยำ
ความชัน = m g (บอกมวล) จุดตัดแกนตั้ง = μk m g (บอกความเสียดทาน)
μk = จุดตัด / ความชัน
💡 กราฟ F – sinθ ก็เกือบเป็นเส้นตรง (ความชัน ≈ mg · จุดตัด ≈ μkmg cos θ̄) แต่พจน์ cos θ เปลี่ยนไปตามมุม ทำให้ผลที่ได้คลาดเคลื่อนหลายเปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงมุมกว้าง — ลองเทียบทั้งสองกราฟดูว่าต่างกันแค่ไหน นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการ จัดรูปสมการให้เป็นเส้นตรงอย่างถูกต้อง ก่อนหาความชัน

3. รอก

VR ของระบบรอกเท่ากับ จำนวนเส้นเชือกที่รับน้ำหนักภาระ (นับเส้นที่ยึดกับบล็อกเคลื่อนที่)

ระบบรอกจำนวนเส้นเชือกรับภาระVRF ในอุดมคติทิศที่ออกแรง
รอกตรึง 1 ตัว11Wดึงลง (เปลี่ยนทิศแรง)
รอกเคลื่อนที่ 1 ตัว22W / 2ดึงขึ้น
รอกพวง (บล็อก 2+2)44W / 4ดึงลง

ถ้าลูกรอกหมุนฝืดและบล็อกเคลื่อนที่มีน้ำหนัก wb แรงพยายามจริงจะมากกว่าค่าอุดมคติ

F = (W + wb) / (VR · e) เมื่อ e = ประสิทธิภาพรวมของลูกรอก (< 1)
η = W / (VR · F)

รอกตรึง มี VR = 1 และ MA < 1 (ต้องออกแรงมากกว่าน้ำหนักเล็กน้อยเพราะความฝืด) — ประโยชน์ของมันไม่ใช่การผ่อนแรง แต่คือการ เปลี่ยนทิศของแรง ให้ดึงลงซึ่งใช้น้ำหนักตัวช่วยได้

หามวลที่ไม่ทราบค่า

เมื่อวัด η ของระบบรอกไว้แล้วด้วยภาระที่ทราบมวล ให้ยกก้อนปริศนาด้วยระบบเดิม แล้วย้อนสมการ

η = m g h / (F d) = m g / (VR · F)
→ m = η · VR · F / g
💡 แบบจำลองใน simulation: g = 9.80 m/s² · μk ของผิวพื้นเอียงและประสิทธิภาพลูกรอก e สุ่มใหม่ทุกครั้งที่เปิดหน้า · มวลก้อนปริศนาสุ่มในช่วง 0.6–1.4 kg · เข็มตาชั่งสั่นราว ±0.05 N และเข็มค้างค่ามีความคลาดเคลื่อนเชิงระบบราว ±0.3% จึงควรวัดหลายชุดแล้วเฉลี่ย